Back to Resources
Blog

กระแสตอบรับ Starbucks X BLACKPINK กับ Mandala Analytics

social listening tools

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อของ 4 สาว จีซู เจนนี่ โรเซ่ และลิซ่า Blackpink นักร้องเกาหลีที่โด่งดังเป็นอันดับต้น ๆ ของวงการ K-Pop การันตีโดยยอดขายอัลบั้มเกิน 1 ล้านแผ่น และยอดวิวของเอ็มวีเพลงเกิน 1 พันล้านวิว เมื่อไม่นานมานี้ทางสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ก็ได้ดึงตัวสาว ๆ มาร่วมในคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK ให้แฟน ๆ ได้ร่วมเก็บสะสมสินค้า โดยได้ทำการเปิดขายในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมาบน Shopee Mall: Starbucks Official Store


สำหรับบทความในวันนี้จะใช้เครื่องมือ Social Listening Tool ที่ชื่อว่า Mandala Analytics มาวิเคราะห์กระแสตอบรับของคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK เพื่อให้นักการตลาดออนไลน์หรือเจ้าของธุรกิจใช้เป็นไอเดียในการนำ Mandala Analytics มาวิเคราะห์ผลตอบรับของแคมเปญการตลาด และวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจต่อไปค่ะ


คอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK


สินค้าในคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK

ที่มา: https://www.facebook.com/StarbucksThailand/photos/pcb.10159520178632766/10159520162992766/?type=3&theater


สำหรับสินค้าในคอลเลคชันนี้มีให้แฟน ๆ ได้เลือกซื้อถึง 13 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นแก้วทัมเบลอร์, พวงกุญแจ, สายคล้อง, กระเป๋า และเข็มกลัด โดยสินค้าทั้งหมดจะมาในธีมสีดำ และสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำวง BLACKPINK ส่วนพวงกุญแจจะเป็นตุ๊กตาหมีในชุดฮันบกที่ 4 สาวใส่ในเอ็มวีเพลง How You Like That


โดยราคาแก้วทัมเบลอร์ขนาด 16oz อยู่ที่ 1,890 บาท, แก้วน้ำ 14oz ราคา 990 บาท, พวงกุญแจ ราคา 650 บาท, สายคล้อง ราคา 700 บาท, กระเป๋าหูหิ้ว ราคา 1,200 บาท, กระเป๋า Laptop ราคา 850 บาท, ชุดกระเป๋าสำหรับพกพาท่องเที่ยว ราคา 1,000 บาท และชุดเข็มกลัด ราคา 800 บาท ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะถูกจำกัดสิทธิ์ให้ซื้อได้แค่ดีไซน์ละ 1 ชิ้นต่อ 1 บัญชีเท่านั้น


กระแสตอบรับของคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK


ในการทำการแคมเปญทางการตลาด แน่นอนว่านักการตลาด และเจ้าของธุรกิจจะต้องทำการตั้งวัตถุประสงค์ รวมถึงตัวชี้วัดในการวัดผลของแคมเปญ เพราะถ้าไม่มีตัวชี้วัดก็จะไม่สามารถสรุปผลได้ว่าแคมเปญที่ทำนั้นประสบความสำเร็จ และบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่


สำหรับกระแสตอบรับของคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK ที่จะใช้เครื่องมือ Mandala Analytics ในการช่วยวิเคราะห์ผลตอบรับจากกระแสบนโลกออนไลน์จะเข้าไปดูในหัวข้อต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • จำนวนการพูดถึง และการมีส่วนร่วมของคนบนโลกออนไลน์

  • ความคิดเห็นของคนที่มีต่อคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK

  • ยอดขายของคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK


จำนวนการพูดถึง และการมีส่วนร่วมของคนบนโลกออนไลน์


หน้า Dashboard แสดงจำนวน Mention ใน Mandala Analytics


หน้า Dashboard แสดงจำนวน Engagement ใน Mandala Analytics


จากข้อมูลที่ได้ในการใช้เครื่องมือ Mandala Analytics พบว่าในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2564 การพูดถึง (Mention) Starbucks x BLACKPINK มีจำนวนทั้งหมด 1,085 ข้อความ และถูกพูดถึงผ่านช่องทาง Twitter สูงที่สุด การพูดถึงถูกพูดมากในช่วง 9 กรกฎาคม และ 23 สิงหาคม ส่วนการมีส่วนร่วม (Engagement) มีจำนวนทั้งหมด 162,270 และช่องทางที่คนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด คือ Facebook นอกจากนี้วันที่คนเข้ามามีส่วนร่วมสูงกว่าปกติก็คือวันที่ 9 กรกฎาคม และ 23 สิงหาคม เช่นเดียวกัน


สาเหตุที่คนพูดถึง และเข้ามามีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้ถึง 2 ช่วงเวลา เนื่องจากในวันที่ 9 กรกฎาคม เป็นวันที่ทาง Starbucks ได้โพสต์เกี่ยวกับการเริ่มขายคอลเลคชันนี้ในวันที่ 12 กรกฎาคม ผ่านหน้าร้าน


โพสต์ของ Starbucks Thailand วันที่ 19 ก.ค.


ซึ่งต่อมาทาง Starbucks ได้ออกมาประกาศเลื่อนวันในการขายจากสถานการณ์โควิด และออกมาโพสต์อีกครั้งในวันที่ 20 สิงหาคมว่าจะเริ่มจำหน่ายวันที่ 23 สิงหาคม ผ่านทาง Shopee Mall จึงส่งผลให้คนเข้ามาพูดถึง และมีส่วนร่วมกับแคมเปญอย่างมากในวันที่ 23 สิงหาคม อีกครั้งหนึ่ง


โพสต์ของ Starbucks Thailand วันที่ 20 ส.ค.


อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ ถึงแม้ว่าช่องทางที่มีการพูดถึงสูงที่สุดจะเป็น Twitter แต่ช่องทางที่คนเข้ามีส่วนร่วมสูงที่สุดกลับเป็น Facebook แทน


Twitter Summary ใน Mandala Analytics เข้า


Facebook Summary ใน Mandala Analytics


จากการกดเข้าไปดูสรุปข้อมูลในแต่ละช่องทาง ก็ทำให้รู้ว่าที่ Twitter มีการพูดถึง Starbucks x BLACKPINK สูงที่สุดก็เป็นเพราะว่าส่วนใหญ่แฟนคลับจะเข้าไปทวีตพูดคุย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าในช่องทางนี้จำนวนมาก แต่ในช่องทาง Fcaebook มีการกดอีโมจิ, ไลก์, คอมเมนต์ และแชร์ ทำให้การมีส่วนร่วมของคนที่เกิดขึ้นกับแต่ละข้อความสูงกว่าใน Twitter ที่กดได้แค่หัวใจ และการรีทวิตค่ะ


ความคิดเห็นของคนที่มีต่อคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK


Sentiment ของ Starbucks x BLACKPINK ในแง่การพูดถึง (Mention)


การพูดถึงเป็นไปในทางบวกถึง 45.1%, แบบกลาง ๆ ไม่บวกหรือลบ 47.2% และทางลบจำนวน 7.7% ส่วนเพศที่พูดถึงคอลเลคชันนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงถึง 30.6%


Sentiment ของ Starbucks x BLACKPINK ในแง่การมีส่วนร่วม (Engagement)


การมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์, อีโมจิ, แชร์ หรือคอมเมนต์เป็นในทางบวกถึง 91.8%, แบบกลาง ๆ ไม่บวกหรือลบ 6.2% และทางลบจำนวน 2% ส่วนเพศที่เข้ามามีส่วนร่วมกับคอลเลคชันนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงถึง 70.2%


สรุปได้ว่าคนส่วนใหญ่ชื่นชอบในคอลเลคชันนี้ และคนที่ชื่นชอบส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ดังนั้นการโปรโมท การใช้คำพูด และการออกแบบสินค้าก็ควรไปในทิศทางเดียวกันกับฐานลูกค้าที่เข้ามาสนใจเช่นเดียวกัน


ความคิดเห็นทางลบที่ไม่ควรมองข้าม


ถึงแม้จะมีความคิดเห็นทางลบเกิดขึ้นในจำนวนไม่มาก แต่แบรนด์ก็ไม่ควรละเลย และควรตรวจสอบดูว่าความคิดเห็นทางลบที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด เพราะถ้าเป็นเรื่องที่สำคัญต่อแบรนด์ ในอนาคตอาจลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เช่นกันค่ะ


ประกาศเลื่อนวันขายสินค้า


ความคิดเห็นลบในส่วนแรกเป็นเรื่องการเลื่อนขายสินค้าจากเดิมในวันที่ 12 กรกฎาคม เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้แฟน ๆ หลายคนรู้สึกเสียดายที่ตั้งตารอ แต่ก็ถือเป็นเรื่องของความปลอดภัย และไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อแบรนด์ค่ะ 


ความคิดเห็นเรื่องการสั่งของ และสินค้า


สิ่งที่คนออกมาแสดงความคิดเห็นทางลบอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าบน Shopee Mall ซึ่งบางคนไม่ได้ซื้อของออนไลน์เป็นประจำ บางคนสั่งสินค้าแล้วเด้งไปที่หน้าให้คะแนนเลยทั้งที่ยังไม่ได้รับสินค้า ทำให้ไม่แน่ใจว่าตนเองได้สั่งซื้อสินค้าสำเร็จเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ดังนั้นการอธิบายวิธีการสั่งซื้ออย่างละเอียดก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ และคุณภาพของสินค้าก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน ราคาของแก้วทัมเบลอร์อยู่ที่ 1,890 บาท ลูกค้าก็ต้องคาดหวังว่าสินค้าจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีตำหนิ และถูกแพ็กจัดส่งมาอย่างดี การที่มีลูกค้าแม้เพียงแค่ 1 คนออกมาโพสต์เรื่องสินค้ามีตำหนิหรือการจัดส่งไม่เรียบร้อย ก็อาจส่งผลกระทบให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ลังเลที่จะตัดสินใจซื้อได้ การมีมาตารการเคลมสินค้ารองรับ โดยที่ลูกค้าไม่เสียสิทธิ์ในการสั่งซื้อก็ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้ค่ะ ซึ่งเมื่อแบรนด์ได้มอนิเตอร์ผลตอบรับทางด้านลบทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว ในการทำแคมเปญครั้งต่อไปก็จะสามารถปรับปรุงขั้นตอนของการทำการตลาดให้ดียิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ผิดพลาดในเรื่องเดิมจนเสียลูกค้าไปในอนาคตค่ะ


ยอดขายของคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK


ยอดขาย Starbucks x BLACKPINK

ที่มา: https://www.facebook.com/MarketThinkTH/photos/a.1717515281674189/4201501359942223/


จากการรายงานของเพจ Facebook “MarketThink” ที่ได้ติดตามการขายของคอลเลคชัน Starbucks x BLACKPINK ได้ออกมาเปิดเผยว่าหลังจากการเปิดขายไปได้เพียง 10 นาที Starbucks สร้างยอดขายได้เกิน 10 ล้านบาท และเมื่อผ่านไป 40 นาที ก็สามารถทำเงินได้มากกว่า 20 ล้านบาท ขนาดที่แม้ว่าจะถูกจำกัดสิทธิ์ให้ซื้อเพียงดีไซน์ละ 1 ชิ้นต่อบัญชี แต่แก้วน้ำก็ถูกขายหมด 6,000 ชิ้นภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น



ถึงแม้ว่าเครื่องมือ Mandala Analytics จะไม่สามารถใช้ตรวจสอบจำนวนยอดขายของสินค้าได้โดยตรงจากแบรนด์ภายนอก แต่เป็นการช่วยวัดผลตอบรับจากการใช้คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้า แล้วตรวจดูข้อความของลูกค้าที่ซื้อสินค้า และโพสต์จากภายนอกที่ทำรายงานเกี่ยวกับยอดขาย ซึ่งจะทำให้รู้ได้อย่างคร่าว ๆ ถึงยอดการขายจากแบรนด์อื่น ๆ รวมถึงคู่แข่งได้เช่นกันค่ะ


Starbucks ได้ประโยชน์ในเรื่องใดบ้าง


  • ยอดขายเพิ่มขึ้น: ในช่วงสถานการณ์โควิดทำให้ร้านอาหาร และเครื่องดื่มได้รับผลกระทบด้านรายได้จากการนั่งทานในร้าน การที่ Starbucks ทำผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ หรือกระเป๋าออกมาขายก็สามารถช่วยสร้างรายได้เพิ่มจากการขายเครื่องดื่มในร้าน ยิ่งเป็นการออกคอลเลคชันร่วมกับ Blackpink ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการ Sold out ไม่ว่าจะหยิบจับสินค้าอะไรก็ยิ่งสามารถสร้างยอดขายได้อย่างมหาศาล

  • ภาพจำของแบรนด์: การออกแบบผลิตภัณฑ์นอกจากจะออกแบบตามธีมสีดำชมพู และมีโลโก้ของวง Blackpink แล้ว ทาง Starbucks เองก็ยังใส่โลโก้ของแบรนด์เข้าไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเหล่าแฟน ๆ ที่ซื้อสินค้านำสินค้าไปใช้ก็จะสามารถจดจำแบรนด์ Starbucks และเป็นการโปรโมทแบรนด์ไปด้วยในตัวเช่นเดียวกัน

  • การทำเพื่อสังคม: รายได้ส่วนหนึ่งจากการขายสินค้าคอลเลคชันนี้จะถูกนำไปมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดผ่านสภากาชาดไทย ทำให้หลายคนรู้สึกว่าการซื้อสินค้าในครั้งนี้นอกจากจะได้สินค้าที่ชื่นชอบแล้วยังเป็นการช่วยสมทบทุนบริจาคเพื่อสังคมไปด้วยเช่นกัน


สรุป กระแสตอบรับ Starbucks X BLACKPINK


จากผลตอบรับของคอลเลคชันสุดพิเศษที่ทาง Starbucks ร่วมกับนักร้อง K-Pop ชื่อดังอย่างวง Blackpink จนเกิดปรากฏการณ์ Sold out เพียงไม่ถึงวันสามารถสรุปประเด็นที่น่าสนใจได้ดังนี้


1. ศิลปิน K-Pop มีอิทธิพลกับกลุ่มแฟนคลับในการเลือกซื้อสินค้าอย่างมาก โดยเฉพาะวง Blackpink ที่โด่งดังเป็นอันดับต้น ๆ ของวงการจึงมีฐานแฟนคลับจำนวนมากที่พร้อมสนับสนุนทุกสินค้าจากวง 


2. ความลิมิเต็ดที่แฟนคลับไม่อยากพลาด เนื่องจากถูกจำกัดสิทธิ์แค่ 1 ดีไซน์ต่อ 1 บัญชี และสินค้ามีจำนวนจำกัด ดังนั้นแฟน ๆ จึงไม่อยากพลาดโอกาสในการซื้อครั้งนี้ไป 


3. กระบวนการสั่งซื้อ และขนส่งสินค้าเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากมีความต้องการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และลูกค้าหลายคนติดปัญหาในการสั่งซื้อ รวมถึงเวลาขนส่งที่นาน และสภาพสินค้าที่มีตำหนิ ซึ่งแบรนด์ควรเตรียมการรับมือให้ดียิ่งขึ้นในแคมเปญต่อ ๆ ไป


การใช้เครื่องมือ Mandala Analytics ในการวิเคราะห์กระแสตอบรับของแคมเปญนี้ถือเป็นตัวอย่างของการนำเครื่องมือ Social Listening Tool มาใช้ช่วยนักการตลาดออนไลน์ และเจ้าของกิจการวัดผลของแคมเปญการตลาดหรือดูข้อมูลที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ทำให้แบรนด์สามารถพบปัญหา แล้วทำการแก้ไขได้ทันที รวมถึงพัฒนาแคมเปญ สร้างกลยุทธ์ในการสื่อสารในครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น


เครื่องมือ Mandala Analytics ยังสามารถนำไปใช้ได้ในหลายด้านเช่นกัน หากนักการตลาดอยากศึกษาวิธีการทำแคมเปญให้ประสบความสำเร็จก็สามารถใช้วิธีการเดียวกันในการศึกษาผลตอบรับของแคมเปญกับแบรนด์คู่แข่ง และแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด เพื่อนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ตัวเอง และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่แบรนด์อื่นทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน


สำหรับผู้อ่านท่านใดสนใจใช้ Mandala Analytics สามารถสมัครทดลองใช้ฟรี 14 วันได้ที่นี่

หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามทาง Live chat https://www.mandalasystem.com/



อย่าพลาดบทความดี ๆ อ่านได้เลยที่ https://mandalasystem.com/blog/th

Mandala Team

Creator

Share this post

Search the blog

Mandala Newsletter

Sign-up to receive the latest insights in to online trends