Back to Resources
Blog

พาส่องกระแส POPCAT กับ Mandala Analytics

social listening tools

เกมที่เป็นกระแสร้อนแรง และถือเป็นปรากฏการณ์ที่คนไทยร่วมใจกันเล่นจนคะแนนขึ้นอันดับ 1 ของโลกจนถึงขั้นแซงคนอื่นอย่างไต้หวัน และมาเลเซียที่เล่นมาก่อนคนไทยเพียงแค่ชั่วข้ามคืน ก็คงต้องยกให้ “POPCAT” เกมเจ้าเหมียวอ้าปากที่เพียงกดลงไปที่หน้าจอ แล้วแมวก็จะอ้าปาก แค่แมวอ้าปาก 1 ครั้งต่อคลิกก็ถือว่าได้คะแนนไป 1 คะแนน


บทความในวันนี้จะพานักการตลาดออนไลน์ไปส่องกระแสของเกมไวรัลอย่าง POPCAT ว่าสามารถนำมาประยุกต์ในการทำการตลาดแบบเรียลไทม์ให้เท่าทันกระแสที่เกิดขึ้นได้ในประเด็นใดบ้าง โดยใช้เครื่องมือ Social Listening Tool ที่ชื่อว่า Mandala Analytics มาช่วยเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงบนโลกออนไลน์ค่ะ


เริ่มต้นทำความรู้จักเกม POPCAT


วิดีโอต้นฉบับของแมว Oatmeal ที่มา: https://twitter.com/XavierBFB


จุดเริ่มต้นของการสร้างเกมนี้มาจากนักศึกษา 3 คน ชื่อว่า Ed, Josh และ Freddy นักศึกษาของสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัย Sheffield ประเทศอังกฤษ โดยการสร้างเกมนี้เป็นการนำเอาคลิปของแมวชื่อว่า “Oatmeal” จากบัญชี Twitter ของ XavierBFB ผู้ลงคลิปแมวของตัวเองกำลังสนใจแมลง และทำท่าอ้าปากส่งเสียง ซึ่งเป็นท่าที่มาของเจ้าแมวอ้าปากนั่นเองค่ะ


จุดเริ่มต้นของกระแส POPCAT


กระแสของ POPCAT จาก Google Trends


จากการค้นหาคำว่า “popcat” ลงใน Google Trends เพื่อดูผลการค้นหาของชื่อเกมในเดือนสิงหาคมตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 พบว่า popcat มีจำนวนของการค้นหาสูงที่สุดในวันที่ 15 สิงหาคม แสดงว่าในวันนี้เป็นวันที่เกมเกิดกระแสไวรัลไปทั่วประเทศ จนประมาณวันที่ 21 สิงหาคม การค้นหาเกี่ยวกับเกมก็เริ่มลดหายไปเรื่อย ๆ จนเทียบเท่ากับช่วงที่เกมนี้ยังไม่เป็นกระแส


วันที่ 15 ส.ค. เกิดอะไรขึ้น ?


Data Timeline ในแง่ของการพูดถึง (Mention) ตั้งแต่วันที่ 15-21 สิงหาคม


จากการใช้เครื่องมือ Google Trends ที่ทำให้เราได้ทราบว่า เกม POPCAT เริ่มเป็นกระแสในประเทศไทยวันที่ 15 สิงหาคม ทางทีมงานจึงใช้เครื่องมือ Mandala Analytics โดยใช้คำค้นหาคำว่า “popcat” เช่นเดียวกับที่ใช้ค้นหาในเครื่องมือ Google Trends มาเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 15-21 สิงหาคม เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ทั้งหมดในช่วงที่เกิดกระแสเกี่ยวกับเกมนี้ค่ะ


ประเทศไทยทำคะแนน POPCAT ขึ้นเป็นอันดับที่ 1


เมื่อกดเข้าไปดูในกราฟของวันที่ 15 สิงหาคมที่มีการพูดถึงเกม POPCAT สูงมากที่สุด จะพบว่าคนบนโลกออนไลน์พูดถึงเกมในวันนี้มากที่สุด เพราะว่าประเทศไทยสามารถทำคะแนนขึ้นเป็นอันดับ 1 ในระยะเวลาเพียงข้ามคืนเท่านั้น โดยสามารถทำคะแนนได้มากกว่า 20 พันล้านคะแนนเลยทีเดียว


กระแสเกม POPCAT ร้อนแรงมากแค่ไหน ?


Summary ใน Mandala Analytics


ในระยะเวลาเพียงสัปดาห์กว่า (14-21 สิงหาคม) เกม POPCAT มีคนพูดถึง (Mention) มากกว่า 6 หมื่นโพสต์ และมีคนที่เข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์, อีโมจิ, คอนเมนต์, แชร์ หรือดูวิดีโอมากกว่า 15 ล้านครั้งด้วยกัน สำหรับช่องทางโซเชียลมีเดียที่คนบนโลกออนไลน์เข้ามาพูดคุย และมีส่วนร่วมมากที่สุดก็คือ Twitter โดยมีจำนวนอยู่ที่ 60,422 และ 6,660,289 ตามลำดับ ซึ่งทำให้เห็นว่า Twitter เป็นช่องทางที่คนมักเลือกโพสต์หรือพูดคุยถึงกระแสต่าง ๆ


แบรนด์สามารถเข้ามาเล่นกับกระแสนี้ได้อย่างไร?


1. ใช้เทรนด์ในการสร้างส่วนร่วมกับผู้ติดตาม


โพสต์ของเพจ “กับข้าวกับปลาโอ” ที่มา: https://www.facebook.com/250346273126319/posts/383425073151771


ในช่วงที่กระแสของเกม POPCAT กำลังบูมมาก ๆ ก็มีหลายเพจที่โพสต์เกี่ยวกับเกมนี้ ตัวอย่างเช่น เพจ “กับข้าวกับปลาโอ” ที่โดยปกติจะโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับอาหาร และมีโปรโมทขายสินค้า ได้ทำการแชร์โพสต์รูปถ่ายน้องแมวในจอมือถือล้อไปกับเกมว่าทำไมกดไปแล้วทำไมแมวไม่อ้าปาก และแชร์คะแนนของเกมที่กดไปแล้วด้วย ทำให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นแชร์คะแนนของตัวเองกันด้วย บางส่วนก็มาแชร์สลากกินแบ่งของตัวเอง เพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันออกรางวัลด้วย เรียกได้ว่าจับทีเดียว 2 เทรนด์ในโพสต์เดียว


ซึ่งการที่เพจออกมาโพสต์ตามกระแสเกม POPCAT ก็ทำให้คนที่กำลังเล่นเกมอยู่เข้ามาแสดงความคิดเห็น อยากมาแชร์คะแนนของตัวเองให้คนอื่นบนโลกออนไลน์รับรู้ ทำให้เพจกับผู้ติดตามเกิดการมีส่วนร่วมซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น และเพจก็จะได้ยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ


2. โปรโมทสินค้า และบริการ


โพสต์ของเพจ “7-Eleven Thailand” ที่มา: https://www.facebook.com/164549953582126/posts/4337426519627761/


ถึงแม้ว่าการเล่นเกม POPCAT จนได้อันดับที่ 1 ของโลกจะไม่มีรางวัล แต่คนที่ตั้งใจเล่น อดหลับอดนอนจนนิ้วเจ็บแน่นอนว่าก็ต้องอยากได้อะไรสักอย่างเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง เพจ “7-Eleven Thailand” ก็มีการออกโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 ในสินค้าที่ร่วมรายการเช่นกัน นอกจากคนจะเข้ามาคอมเมนต์แชร์คะแนนกันแล้ว คนยังแชร์โพสต์โปรโมทโปรโมชันนี้ไปมากกว่า 300 ครั้งเลยทีเดียว แสดงว่าการที่แบรนด์เข้ามาทำการตลาดที่ส่งเสริมเกี่ยวกับชัยชนะของคนไทยจากความทุ่มเทก็ทำให้ดึงดูดความสนใจของคนได้จำนวนไม่น้อยเลยค่ะ


โพสต์ของเพจ “Play with cat Cafe - คาเฟ่แมว” ที่มา: https://www.facebook.com/watch/?v=1299281407156792


ซึ่งการโปรโมทสินค้า และบริการก็สามารถทำออกมาได้อีกหลายอย่างไม่ใช่แค่การออกโปรโมชัน ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น คาเฟ่แมวที่สามารถใช้กระแสนี้ทำคอนเทนต์ดึงดูดให้ลูกค้าอยากมาเล่นกับแมวน่ารัก ๆ ของจริงกันที่คาเฟ่ได้ด้วยเช่นกัน


3. สำรวจความคิดเห็น และความต้องการของคน


ความคิดเห็นเกี่ยวกับเกม POPCAT


จากการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเกม POPCAT พบว่า หลายคนลงความคิดเห็นว่าที่คนไทยเล่นเกมนี้กันเป็นจำนวนมากก็เพราะว่าหลายคนเกิดความเครียดจากปัญหาทางสังคม เช่น โรคโควิด ที่มียอดผู้ติดเชื้อหลักหมื่น และเสียชีวิตราวันละเกินร้อยคน หลายคนว่างงาน มีความเครียดสูงจากการเสพข่าว จึงอยากเล่นเกมเพื่อคลายความเครียด บางคนก็รู้สึกว่าการที่ประเทศไทยได้ชนะจนขึ้นอันดับที่หนึ่งจะเป็นการทำให้รู้สึกดี และภูมิใจแม้ว่าจะไม่ได้มีรางวัลอะไรอย่างเป็นทางการเหมือนการแข่งขันเกมแบบอื่น ดังนั้นการที่แบรนด์ทราบถึงปัญหาความเครียดของผู้บริโภค ก็สามารถที่จะทำการตลาดที่ช่วยให้คนลดความเครียด และรู้สึกดียิ่งขึ้น


โพสต์ของเพจ “ข่าวช่องวัน” ที่มา: https://www.facebook.com/1121281977960276/posts/4560054734082966/


การทำการตลาดเกี่ยวกับเกม POPCAT สามารถต่อยอดไปได้ในอีกหลายเรื่องไม่ใช่เพียงแค่ตัวแมวเท่านั้น ตัวอย่างจากเพจ “ข่าวช่องวัน” เองก็โพสต์ถามว่าคนไทยนิ้วล็อกกันไปหรือยัง ถ้าดูจากความคิดเห็นของคนบนโลกออนไลน์หลายคนต่างบ่นออกมากันเยอะมากว่าปวดนิ้ว นิ้วล็อก แต่ก็ไม่ขอยอมแพ้ยังสู้ทำคะแนนต่อ บางคนขอพัก ส่วนบางคนถึงขั้นใช้นิ้วเท้าช่วย มีบางคนบอกใต้ตาดำแล้ว ซึ่งถ้าหากนักการตลาดหรือผู้ประกอบการท่านไหนกำลังขายสินค้าหรือมีบริการที่เกี่ยวกับการลดปวดนิ้ว รวมถึงอาการอื่น ๆ ที่เกิดจากการเล่นเกม ก็ถือเป็นโอกาสทองที่จะทำยอดขายกับกระแสในช่วงนี้


ความคิดเห็นของคนใน Twitter เรื่องนิ้วล็อก


ตัวอย่างเช่น โพสต์ของเพจโรงพยาบาลกรุงเทพที่จับประเด็นเรื่องปัญหานิ้วล็อกจากการเล่นเกม POPCAT แล้วทำการโปรโมทเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวข้องกับคนทำงาน โดยเฉพาะอาการนิ้วล็อก ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลร่วมกับกระแสที่เกิดขึ้นไปด้วยในตัว


โพสต์ของเพจ “Bangkok Hospital” ที่มา: https://mobile.twitter.com/bangkokhospital/status/1426815931125227522


สรุป การทำการตลาดกับกระแส POPCAT 


1. การเล่นกับกระแสทำให้คนอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วม และสื่อสารกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

2. คนต้องการสิ่งตอบแทนเมื่อทำบางสิ่งอย่างตั้งใจหรือสำเร็จ การที่แบรนด์ตอบสนองต่อความต้องการ เสนอจุดเด่น หรือโปรโมชันพิเศษจะสามารถดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจสินค้าหรือบริการ

3. การโปรโมทสินค้าหรือบริการตามกระแส POPCAT ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ใช้แมวเป็นจุดเด่น ยังสามารถโปรโมทเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเล่นเกมด้วยเช่นกัน เช่น ช่วยลดอาการปวดนิ้ว, ปวดตา,ปวดหลัง, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือแม้กระทั่งมือถือจอสัมผัสแบบไม่มีสะดุด เป็นต้น


จากบทความจะเห็นได้ว่าเครื่องมือ Mandala Analytics ถือเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้นักการตลาดหรือเจ้าของกิจการสามารถค้นพบข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเรื่องต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ที่คนชื่นชอบ ปัญหาหรือความต้องการที่เกิดขึ้น ซึ่งการค้นพบที่รวดเร็วนี้จะทำให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์หรือทำการตลาดแบบฉับไว และสามารถดึงดูดลูกค้ามาได้ก่อนแบรนด์อื่น ๆ 


นอกจากนี้เครื่องมือ Mandala Analytics ยังสามารถใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อดูจุดอ่อน จุดแข็งของแบรนด์หรือคู่แข่ง ศึกษาวิธีทำการทำคอนเทนต์ โปรโมชัน การใช้คำบรรยายที่ทำแล้วคนเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงหาโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างยอดขายได้เช่นกัน


สำหรับผู้อ่านท่านใดสนใจใช้ Mandala Analytics สามารถสมัครทดลองใช้ฟรี 14 วันได้ที่นี่

หรือ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามทาง Live chat https://www.mandalasystem.com/



อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://mandalasystem.com/blog/th/

Mandala Team

Creator

Share this post

Search the blog

Mandala Newsletter

Sign-up to receive the latest insights in to online trends