Back to Resources
Blog

กระแสเพลงของลิซ่า BLACKPINK ทำให้แบรนด์ขายของได้อย่างไร

social listening tools

ถ้าพูดถึงคนไทยที่โด่งดังมากในประเทศเกาหลี หลายคนต้องรู้จัก “ลิซ่า” สมาชิกคนไทยในวง Blackpink อย่างแน่นอน ในวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมานี้ ลิซ่าได้ออกซิงเกิ้ลอัลบั้มเดี่ยวเป็นครั้งแรก และถ้าใครเข้าแอปโซเชียลมีเดียก็คงจะได้เห็นหลายคนพูดถึง หรือแชร์เกี่ยวกับเอ็มวีเพลงเต็มหน้าฟีดไปหมดแน่นอนค่ะ


ด้วยกระแสที่ร้อนแรงแบบนี้ ทีมงานเลยไม่พลาดที่จะใช้เครื่องมือ Mandala Analytics ที่เป็น Social Listening Tool เก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับลิซ่าบนโลกออนไลน์มาให้นักการตลาด และเจ้าของกิจการดูว่ากระแสเพลงของลิซ่าจะช่วยให้แบรนด์สามารถขายสินค้า และบริการได้อย่างไรบ้าง ในอนาคตที่มีกระแสใหม่ขึ้นมาก็จะสามารถเอาเคสนี้ไปเป็นตัวอย่างในการทำการตลาดได้ค่ะ


กระแสลิซ่ามาแรงขนาดไหน


ถ้าใครไม่ได้เป็นแฟนคลับหรือติดตามลิซ่าก็คงไม่แน่ใจว่าลิซ่าจะฮอตขนาดไหนใช่ไหมคะ ดังนั้นเราจะมาพิสูจน์กันก่อนว่ากระแสของลิซ่าร้อนแรงจริง ๆ แบบไม่ได้คิดไปเอง


กระแส Google Trends วันที่ 10 ก.ย. ใน COSMOS TRENDS


เราจะใช้ฟังก์ชัน Cosmos Trends ของ Mandala Analytics ที่ช่วยอัปเดตเทรนด์จากช่องทางโซเชียลแบบเรียลไทม์ โดยพบว่าการค้นหาหัวข้อที่เกี่ยวกับลิซ่าของวันที่ 10 ก.ย. ติดอันดับต้น ๆ ใน Google Trends ประเทศไทยหลายหัวข้อดังนี้เลยค่ะ


  • อันดับที่ 2: ลิซ่า 200K+

  • อันดับที่ 4: รัดเกล้ายอด 50K+ (เครื่องประดับที่ลิซ่าใส่ในเอ็มวีเพลง LALISA)

  • อันดับที่ 6: LISA 20K+

  • อันดับที่ 9: ประวัติลิซ่า 20K+


คนไทยพูดถึงลิซ่ามากแค่ไหน


Report ใน Mandala Analytics


ข้อมูลใน Mandala Analytics จากการใช้คำค้นหาว่า “Lisa” และ“ลิซ่า” ใน 7 วันแรกที่ปล่อยเพลงออกมา (วันที่ 10 - 17 ก.ย. 2021) พบว่า คนไทยพูดถึงลิซ่ามากถึง 32,786 โพสต์ และมีคนเข้ามามีส่วนร่วมกับลิซ่าไม่ว่าจะเป็นการกดอีโมจิ, กดไลก์, คอนเมนต์, แชร์โพสต์ หรือดูวิดีโอมากถึง 30.2 ล้านครั้งเพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น


โดยเฉพาะในช่อง YouTube ที่ได้ยอดการมีส่วนร่วมไปถึง 18 ล้าน ต้องบอกก่อนว่ายอดนี้มาจากวิดีโอที่ช่องอื่น ๆ ทำเกี่ยวกับลิซ่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยอดวิวของเอ็มวีเพลงแต่อย่างใดนะคะ 


ตัวอย่างคอนเทนต์ของลิซ่าบน YouTube


YouTube Summary ใน Mandala Analytics


แบรนด์หยิบประเด็นอะไรมาใช้ทำการตลาดได้บ้าง


แน่นอนว่ากระแสลิซ่าที่คนไทยพูดถึงจำนวนมาก จะต้องสร้างโอกาสให้กับนักการตลาดหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาทำคอนเทนต์ให้คนสนใจติดตาม โปรโมทสินค้า และบริการอย่างแน่นอน มาดูกันค่ะว่าจากการใช้ Mandala Analytics มาเก็บข้อมูลย้อนหลังภายใน 1 อาทิตย์หลังปล่อยเพลงแล้ว จะมีประเด็นเด่น ๆ อะไรบ้างที่น่าเอามาใช้บ้าง


1. โปรโมทของดีจากบุรีรัมย์ บ้านเกิดของลิซ่า

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าบ้านเกิดของลิซ่านั้นอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจากการให้สัมภาษณ์ในรายการ WOODY SHOW ลิซ่าว่าบอกว่าคิดถึงอยากกินลูกชิ้นยืนกินหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ที่แม่เคยพาไปกินตอนเด็ก ทำให้แฟน ๆ ที่อยากลองกินลูกชิ้นยืนกินแบบที่ลิซ่าไปกินบ้าง


กระแสลูกชิ้นยืนกิน


เพียงแค่ลิซ่าเอ่ยปากถึงลูกชิ้นยืนกินเท่านั้น คนบนโลกออนไลน์ต่างก็โพสต์ถึงลูกชิ้นยืนกันถึง 700 ข้อความ และมีคนเข้ามามีส่วนร่วมสูงถึง 1.9 ล้านครั้งเลยทีเดียวค่ะ (เฉพาะข้อความระหว่างวันที่ 10 - 17 ก.ย. 2021)


กระแสลูกชิ้นยืนกิน ที่มา: https://www.facebook.com/watch/?v=2594378317535656

    

ลูกชิ้นยืนกินยอดขายพุ่งแรง


เทปสัมภาษณ์ของเพจ “Khaosod - ข่าวสด” ของร้านลูกชิ้นยืนกินป้านก ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงโควิดนักท่องเที่ยวลดลง ทำให้รายได้หายไปกว่า 50% แต่หลังจากลิซ่าพูดถึงว่าอยากกินเท่านั้น แฟน ๆ ก็ไปซื้อกินกันจนยอดขายกลับมาพุ่งสูงขึ้น จนล่าสุดลูกชิ้นยืนกินร้านป้านกก็เข้ามาบุกกรุงเทพแล้ว ประเดิมที่แรกที่ Red Diamond สาขาซอยลาดพร้าว 71 และมีแผนที่จะไปเปิดบูทขายในพารากอนเร็ว ๆ นี้อีกด้วย 


เกิดเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน


ด้วยกระแสลูกชิ้นยืนกินที่มาแรง ทางจังหวัดบุรีรัมย์เลยจัดเทศกาลลูกชิ้นยืนกินถึง 7 วันตั้งแต่วันที่ 17-23 กันยายน ที่บริเวณสถานีรถไฟบุรีรัมย์ไปซะเลย ถือเป็นโอกาสโปรโมทของดีของจังหวัด กระตุ้นให้แฟนคลับมาเที่ยวบุรีรัมย์ตามรอยบ้านเกิดของลิซ่า และสร้างรายได้ให้กับแม่ค้าอีกด้วย 


ตามรอยเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=ry3BTcI9BHM


โอกาสโปรโมทของดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับบุรีรัมย์


ที่สำคัญคือไม่ได้มีแต่ร้านลูกชิ้นเท่านั้นนะคะที่จะได้ประโยชน์ เพราะแน่นอนว่าของดีจากบุรีรัมย์ไม่ได้มีแค่ลูกชิ้นยืนกินเท่านั้น แต่ธุรกิจอื่น ๆ ที่สามารถจับจุดกระแสให้คนมาสัมผัสประสบการณ์แบบลิซ่าได้ก็จะได้ลูกค้าเพิ่มไปด้วยค่ะ 


แบรนด์อื่น ๆ ก็สามารถหยิบยกของดีที่เกี่ยวข้องมาโปรโมทได้เหมือนกัน  ตัวอย่างเช่น การโปรโมทกิ๊บหนีบผมลายลูกชิ้นในแอปของ Lazada ตามกระแสลิซ่าก็ทำให้มีคนเข้ามามีส่วนร่วมกับโพสต์กว่า 1,176 Engagement เลยค่ะ


กิ๊บหนีบผมลูกชิ้น ที่มา: https://www.facebook.com/188869521221562/posts/4217967371645070/


2. Cover เป็นลิซ่า


ชุดที่ลิซ่าใส่ในเอ็มวีเพลง และทีเซอร์เพลงก็มีเยอะมากกว่า 10 ชุดค่ะ แล้วทุกชุดก็สวยมาก ๆ ดังนั้นคนเลยอยากแต่งตามแบบลิซ่า แต่มีอยู่ชุดหนึ่งที่ถูกพูดถึงกันมาก ๆ ก็คือชุดไทยจาก ASAVA แบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดังร่วมกับรัดเกล้ายอดที่ประดับอยู่บนหัวของแบรนด์ Hook's by Prapakas ที่ลิซ่าต้องการสื่อถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน เลยได้ใจแฟน ๆ ชาวไทยกันไปเต็มๆ ค่ะ


ภาพจาก Vogue Thailand ที่มา: https://www.facebook.com/389282721125708/posts/4292356684151606/


กระแส Cover ลิซ่า


ดาราในวงการ และคนไทยแห่กันตามกระแสด้วยการแต่งตัวแบบลิซ่ามาอวดกันบนโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากค่ะ ตัวอย่างของชุดไทยในรูปมากจาก Instagram: @djoung ที่มีผู้ติดตามอยู่ 239K และ @krungor ที่มีผู้ติดตามอยู่ 269K


ภาพ Cover ลิซ่า ที่มา: https://www.instagram.com/p/CTpiHvvhesu/ , https://www.instagram.com/p/CTtcplsPYrc/


รัดเกล้ายอดขายพุ่ง


ข่าวจากเพจ “PPTV HD 36” ทำให้เห็นจากรูปได้เลยว่ามีคนเดินทางมาซื้อ “รัดเกล้ายอด” และ “ชฎา” ในตลาดสำเพ็งกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุก็มาจากการที่ลิซ่าใส่ "รัดเกล้ายอด" ในเอ็มวีเพลง LALISA นอกจากจะได้รับความสนใจจากชาวไทยที่เข้ามาถามวันละนับ 100 คนแล้ว ยังได้โอกาสส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน พม่า ทิเบต กัมพูชา ที่มีลูกค้าสอบถามเข้ามาด้วยเช่นกัน


ข่าวจาก PPTV HD 36 ที่มา: https://www.facebook.com/617620494922400/posts/6652498761434513/


โอกาสในการขายจากกระแส Cover ลิซ่า


จะเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ทุกคนต้องการเป็นลิซ่าให้เหมือนมากที่สุดถึงขนาดลงทุนไปซื้อรัดเกล้ายอดถึงสำเพ็ง นี่จึงเป็นโอกาสที่แบรนด์สามารถเข้ามาเติมเต็มความต้องการของคนได้ค่ะ ตัวอย่างเช่นแบรนด์เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง รวมถึงสถานที่เช่าถ่ายรูป ถ้ามีไอเทมที่ช่วยเปลี่ยนลุค เปลี่ยนซีนให้เป็นลิซ่าได้ ถือเป็นนาทีทองที่ไม่ควรพลาดในการขายเลยค่ะ


รวมลุคแบบลิซ่า ที่มา: https://www.facebook.com/395388463943331/posts/2305646186250873/


จากตัวอย่างของเพจ “ชอบช้อป - ShobShop” ที่โพสต์รวมไอเทมทุกลุคในเอ็มวีเพลง LALISA ให้คนไปตามซื้อกันบน LAZADA ที่มีคนเข้ามีส่วนร่วมกันถึง 9,363 ครั้ง และมีการแท็กชื่อเพื่อนให้ไปตามซื้อกันหลายคอมเมนต์เลยด้วยค่ะ


3. Reaction เพลงลิซ่า


การทำ reaction เพลงของลิซ่า ก็เป็นสิ่งที่คนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน เฉพาะแค่วิดีโอ reaction เอ็มวีเพลงใน YouTube จากช่องของประเทศไทยก็ได้การมีส่วนร่วม เช่น ยอดวิว, การกดไลก์ หรือคอมเมนต์ไปถึง 6,805,250 Engagement เลยค่ะ และจากตัวอย่างที่ยกมาจะเห็นได้ว่าแค่ยอดวิวก็ได้ไปแล้วหลักล้านต่อวิดีโอเลยค่ะ


ตัวอย่างวิดีโอ reaction ใน YouTube 


โอกาสในการโปรโมทสินค้าบริการ


เพียงแค่ reaction กับเพลงของลิซ่า ก็ทำให้แฟน ๆ รู้สึกได้ว่าแบรนด์ก็ชื่นชอบลิซ่าเหมือนกัน สิ่งนี้แหละค่ะที่ทำให้แฟน ๆ รู้สึกว่าแบรนด์เป็นพวกเดียวกัน ส่งผลให้อยากที่จะกดติดตาม อยากเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยกับแบรนด์ด้วย เช่น การไปคอมเมนต์ใต้โพสต์หรือกดอีโมจิให้ และแบรนด์ก็ได้โอกาสในการเพิ่มยอดผู้ติดตาม และเสนอขายสินค้า บริการไปได้ด้วย


ตัวอย่างจาก เพจ “Major Group” เองก็ทำการอัปเดตว่าเอ็มวีเพลงของลิซ่าปล่อยแล้ว พร้อมกับมีการโฆษณาโรงหนังของตัวเองต่อท้ายอีกเล็กน้อยก็ได้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากถึง 39,535 Engagement แล้ว โดยมีคนเข้ามาคอมเมนต์กว่า 300 คอมเมนต์


 โพสต์จากเพจ “Major Group” ที่มา: https://www.facebook.com/171345406093/posts/10158598257606094/


ตัวอย่างคอมเมนต์จากเพจ “Major Group”


อีกตัวอย่างนึงมาจากเพจ “KruDew TOEIC ติวโทอิค Online การันตี 750 คะแนน” เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษ โพสต์ให้ความรู้คำแปลของเนื้อเพลงในท่อนภาษาอังกฤษว่าแปลเป็นไทยว่าอะไร พร้อมกับใส่ลิงก์ข้อความติดต่อให้คนที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษไปด้วยในตัวก็ได้การมีส่วนร่วมไปถึง 9,215 Engagement โดยเฉพาะแค่ยอดแชร์ก็มากถึง 2.2K แล้ว ถือเป็นโอกาสที่ดีในการโปรโมทสถาบันให้คนเข้ามาสนใจได้จากกระแสของลิซ่าเลยจริง ๆ ค่ะ


โพสต์จากเพจ “KruDew TOEIC ติวโทอิค Online การันตี 750 คะแนน”

ที่มา: https://www.facebook.com/596609167365859/posts/1507420846284682/


สรุป กระแสของลิซ่า BLACKPINK กับโอกาสในการขาย


1. คนอยากรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ: ไม่ว่าจะเป็นการตามรอยสถานที่ที่ศิลปินเคยไป ,อาหารที่ศิลปินชอบกิน, การแต่งหน้าหรือแต่งตัว เป็นต้น แบรนด์ที่ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ได้จะได้โอกาสในการสร้างยอดขายจำนวนมาก

2. คนจะสนใจ เมื่อแบรนด์สนใจสิ่งเดียวกัน: การที่แบรนด์ออกมาโพสต์ และสนับสนุนในสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งชอบ จะทำให้คนเหล่านั้นอยากเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม, คอมเมนต์หรือแชร์โพสต์ให้ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการโปรโมทแบรนด์ให้คนรับรู้เป็นวงกว้าง และสามารถได้ลูกค้าเพิ่มอีกด้วย

3. การตามกระแส ทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม: ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแฟนคลับของลิซ่า แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อน ๆ พูดถึงลิซ่า ไปตามรอยหรือแต่งตัวเหมือนลิซ่า ก็จะรู้สึกว่าอยากทำตามกระแสเหมือนคนอื่นไม่อยากตกเทรนด์ และจะทำให้ตัวเองรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งกับเพื่อน ดังนั้นแบรนด์เลยไม่ควรมองข้ามกระแสต่าง ๆ ที่กำลังดัง ไม่แน่ว่าอาจจะพลิกผันสร้างยอดขายได้อย่างมหาศาลเลยก็ได้ค่ะ


การใช้เครื่องมือ Mandala Analytics ในการเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ จะทำให้แบรนด์ได้ค้นพบโอกาสในการขายสินค้าบริการจากความต้องการของคนบนโลกออนไลน์ รวมถึงเทรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังดังแบบเรียลไทม์ทั่วโลกแบบรวดเร็ว ยิ่งแบรนด์พบโอกาสเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้แบรนด์สามารถขายสินค้าที่คนต้องการได้ก่อนคู่แข่งมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ปลาใหญ่ไม่สำคัญเท่าปลาเล็กแต่กินเหยื่อได้เร็วกว่า


Mandala Analytics ยังใช้ต่อยอดธุรกิจได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งของแบรนด์ หาไอเดียพัฒนาสินค้าหรือการทำคอนเทนต์ จนไปถึงการดูความเคลื่อนไหวของแบรนด์คู่แข่ง สามารถเข้าไปดูตัวอย่างการใช้งานเพิ่มได้เลยที่ https://mandalasystem.com/blog/th

 

หากผู้อ่านท่านใดสนใจใช้ Mandala Analytics ในการทำการตลาดให้เหนือกว่าคู่แข่ง สามารถสมัครได้เลยที่ https://mandalasystem.com/plans หรือทดลองสมัครใช้งานฟรีก่อนถึง 14 วันที่นี่

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามทาง Live chat https://www.mandalasystem.com



อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://mandalasystem.com/blog/th

Mandala Team

Creator

Share this post

Search the blog

Mandala Newsletter

Sign-up to receive the latest insights in to online trends